เทคนิคเลือกหุ้นปันผลสำหรับนักลงทุนสาย Dividend Play

1
381
พอร์ต

จบครึ่งปีแรกไปแล้ว ผลตอบแทนจาก SET Index บ้านเรา ทำได้เพียง 2.06% ขณะที่มองไปข้างหน้า ดูทิศทางตลาด ก็น่าจะเล่นยากอยู่ ถ้าอย่างนั้น เรามาดูผลตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้นในSET กันจะดีกว่าไหม เพราะอีกไม่นาน ก็จะเข้าสู่เทศกาลจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล คือ งวดครึ่งแรกของปี 60 กันแล้ว

เราจะพาไปเลือกเฟ้นหุ้นเด่น Dividend Play สำหรับปันผลระหว่างกาลกัน รวมทั้งนำเทคนิคในการจับจังหวะเข้าซื้อหุ้นและขายออก มาฝากแฟนเพจของ ASP กับ

 

25 หุ้นปันผลระหว่างกาลดี มีใครบ้าง? 

 

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ใช้วิธีการเลือกหุ้นปันผลระหว่างกาลที่โดดเด่น โดยดูจาก 2 หลักเกณฑ์ คือ

1.เป็นหุ้นที่เราศึกษาและมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลต่อเนื่อง เป็นเวลา 4 ปีขึ้นไป (2556-2559)

2.มีค่าเฉลี่ยของคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล(Dividend Yirld ปี 2560) สูงกว่า 4%

 

เมื่อใช้เกณฑ์ดังกล่าวกับหุ้น 170 บริษัทที่เราศึกษา จะได้หุ้นที่เข้าหลักเกณฑ์ทั้งหมด 23 บริษัท เช่น

KKP, POPF, SENA, LH, AIT, TCAP, RATCH และ INTUCH เป็นต้น

dividend play1

 

เทคนิค 1 เดือน ก่อนและหลังขึ้น XD

 

หลังจากที่เราได้รายชื่อหุ้นเด่นปันผลระหว่างกาลไปแล้ว จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องมีเทคนิคในการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี จากการศึกษา เราพบว่า หุ้นที่จ่ายปันผลดี ราคาหุ้นมักจะเคลื่อนไหวในทางบวกล่วงหน้า 1 เดือน ก่อนที่จะประกาศจ่ายเงินปันผล ยิ่งซื้อใกล้วันขึ้นเครื่องหมาย XD มากเท่าไรผลตอบแทนยิ่งน้อยลง

ฉะนั้น เทคนิคสำคัญที่ต้องจดจำไว้ในใจ หากชอบแนวหุ้นปันผล ก็คือ ให้ซื้อหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD ราว 1 เดือน และขายทำกำไรหุ้นนั้น หลังขึ้น XD ราว 1 เดือนเช่นกัน ถ้าตามสูตรนี้ จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 1.5% ด้วยความน่าจะเป็นที่ราคาหุ้นจะปรับขึ้น 63%

 

 

หุ้นเด่น Dividend Play

 

เรามองตลาดหุ้นจะแกว่งในกรอบแคบๆ หากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ขณะที่ต่างชาติยังซื้อสลับขาย ดังนั้น แม้ว่าจะเลือกลงทุนหุ้นปันผล ที่ถือว่าค่อนข้างปลอดภัยอยู่แล้วก็จริง แต่ภาวะตลาดแบบนี้ ต้องพิถีพิถันในการเลือกหุ้นมากขึ้น

เมื่อนำปัจจัยเด่นเรื่องจ่ายปันผลดี มาผนวกกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เราพบว่ามีหุ้น 4 บริษัทที่น่าสนใจ คือ KKP, TCAP, LH และ RATCH โดยหากซื้อก่อน XD 1 เดือน และขายหลัง XD 1 เดือน จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 6.89% และมีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 93.75%

เมื่อแยกเป็นรายตัว พบว่า KKP ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด 9% ตามด้วย TCAP เฉลี่ยที่ 8.74% ส่วน LH อยู่ที่ 6.01% โดยทั้ง 3 หุ้นดังกล่าว มีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก 100% เลยทีเดียว ขณะที่ RATCH เฉลี่ยที่ 3.79% มีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก 75%

 

 

เห็นไหมครับว่า การเลือกตัวหุ้นที่ดีเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญ แต่หากเรามีเทคนิคในการจับจังหวะลงทุนได้เหมาะสมเข้ามาช่วย ก็จะยิ่งทำให้การตัดสินใจของเรา แม่นยำมากขึ้น และแน่นอนว่า พอร์ตการลงทุนของเรา ก็จะมั่งคั่งขึ้นด้วย…ขอให้ทุกท่านลงทุนอย่างมีความสุขครับ

ข้อมูลจากทีมวิจัย บล.เอเซีย พลัส

1 COMMENT

LEAVE A REPLY