บลจ. แอสเซท พลัส เตรียมส่งกองทุน “ASP-SME” และ “ASP-FLEXPLUS” ลงตลาด

0
466

บลจ. แอสเซท พลัส มอง SET ครึ่งปีหลังเคลื่อนไหวกรอบแคบ

เตรียมส่งกองทุน “ASP-SME” และ “ASP-FLEXPLUS” ลงตลาด

หันคว้าโอกาสรับผลตอบแทนสูงจากหุ้น Small-Mid Cap และกลยุทธ์ยืดหยุ่น

เสนอขายครั้งแรก 17 ก.ค.- 1 ส.ค. นี้

 

บลจ. แอสเซท พลัส  เชื่อหุ้นไทยขนาดเล็กและขนาดกลาง (Small-Mid Cap) เติบโตก้าวกระโดด เตรียมส่ง “กองทุน ASP-SME” ลงตลาด เน้นวิเคราะห์เจาะลึก คัดหุ้นบริษัทที่เติบโตสูงรับกระแส Mega Trend  เสนอขายพร้อม “กองทุน ASP-FLEXPLUS” ชูจุดเด่นกรอบการลงทุนยืดหยุ่นลงทุนหุ้นไทยได้ในสัดส่วน 0-100% ควบคู่โอกาสกระจายการลงทุนไปในหุ้นภูมิภาคอาเซียน ตราสารหนี้ในประเทศ REITs และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เสนอขายครั้งแรกพร้อมกัน 17 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2560

 

นายรัชต์  โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด (บลจ. แอสเซท พลัส) เปิดเผยว่า  บลจ. แอสเซท พลัส มองตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังปรับตัวในกรอบแคบและยังมี Upside ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากการบริโภคในประเทศเติบโตน้อยกว่าที่คาดการณ์ โดยมองเป้าหมาย SET Index ในกรอบ 1,600-1,650 จุด ทั้งนี้ เชื่อว่าในครึ่งปีหลังจะเห็นเม็ดเงินในการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเพิ่มขึ้น เช่นกันกับตัวเลขภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ขณะที่หุ้นขนาดเล็กและขนาดกลาง (Small-Mid Cap) ยังมีโอกาสเติบโตสูง  ทั้งยังเป็นจังหวะสำหรับการเข้าลงทุนในระยะยาวเนื่องจากมูลค่าหุ้น (valuation) ในปัจจุบันถือว่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มจะเติบโตที่ 9% ในปีนี้ และ 11% ในปี 2561

 

นายรัชต์กล่าวต่อไปว่า บลจ. แอสเซท พลัส ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งให้โอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นขนาดใหญ่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เห็นได้จากดัชนี FTSE Thai Small Mid Cap TRI สามารถให้ผลตอบแทนถึง 12.78% ต่อปี สูงกว่าดัชนี SET50 TRI ที่ให้ผลตอบแทน 6.71% ต่อปี (ที่มา: Bloomberg ณ 4 ก.ค. 60 – อัตราผลตอบแทนคำนวณตั้งแต่ 31 ธ.ค. 2557- 30 มิ.ย. 2560) สำหรับกองทุนเปิด แอสเซทพลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ (ASP-SME) ที่บริษัทจะเสนอขายในวันที่ 17 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม นี้ เหมาะเป็นทางเลือกสำหรับ      ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและคาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนสูงจากการลงทุนระยะยาวในหุ้น  โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ระดับความเสี่ยง 6 มีจุดเด่นที่กระบวนการวิเคราะห์และคัดสรรหุ้นแบบเจาะลึกโดยมุ่งเน้นหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูง มีโมเดลในการบริหารธุรกิจที่ชัดเจน ฐานลูกค้าขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงมีกลยุทธ์การสร้างแบรนด์แข็งแกร่งและให้ความสำคัญกับ Customer Engagement  ทั้งนี้ บลจ. แอสเซท พลัส มองว่าหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางของกลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวจีนและการขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ CLMV ตลอดจนธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากความพยายามลดหนี้นอกระบบของภาครัฐยังมีความน่าสนใจและมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีได้

 

“นอกจากกองทุน ASP-SME แล้ว ในช่วงเวลาเดียวกัน บลจ. แอสเซท พลัสจะเสนอขายกองทุนเปิด แอสเซทพลัส เฟล็กซิเบิ้ล พลัส (ASP-FLEXPLUS) เพื่อเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุนเพิ่มเติม โดยกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนผสม ระดับความเสี่ยง 5 ออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจได้ทั้งในตลาดหุ้นขาขึ้นและตลาดขาลง เนื่องจากเน้นกลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรุกและมีกรอบการลงทุนที่ยืดหยุ่น 0-100%      จึงสามารถปรับเปลี่ยนการลงทุนได้ทันต่อสถานการณ์ สามารถลงทุนได้ทั้งในตลาดหุ้นไทย ตราสารหนี้ในประเทศ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน REITs ทั้งยังสามารถกระจายการลงทุนไปในหุ้นภูมิภาคอาเซียนซึ่งเราเล็งเห็นว่าเป็นโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมได้เนื่องจากเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ ASEAN  ยังเติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งล่าสุด IMF คาดว่า GDP ของประเทศกลุ่ม ASEAN ในปี 2561 จะขยายตัวถึง 5.1% สูงกว่าสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 2.5%  โดยบลจ. แอสเซท พลัส มองว่าตลาดหุ้นเวียดนามและฟิลิปปินส์ยังมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจเนื่องจากมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง ทั้งนี้ ในส่วนที่มีการลงทุนในต่างประเทศกองทุนจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน” นายรัชต์กล่าว

 

สำหรับมุมมองการลงทุนในสินทรัพย์อื่น นายรัชต์กล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ. แอสเซท พลัส ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นภูมิภาคยุโรปและตลาดหุ้นเอเชีย โดยหุ้นยุโรปยังมีระดับราคาที่น่าสนใจและต่ำกว่าตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วถึง 9% และต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ 15% ทั้งยังมีโอกาสเติบโตตามการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจยุโรป คาดการณ์การเติบโตของผลกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นยุโรปประมาณ 15% สำหรับตลาดเอเชียมองว่าตลาดหุ้นไต้หวันและเกาหลียังมีโอกาสสร้างลตอบแทนที่น่าสนใจและจะได้ประโยชน์จาก Tech Super Cycle ด้านตลาดจีนเชื่อว่าจะได้อานิสงส์จากพัฒนาการสำคัญที่ก้าวสู่สากลทั้งการที่หุ้นจีนได้รับการผนวกเข้าสู่ MSCI Emerging Market Index และโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้จาก China-Hong Kong Bond Connect ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยในประเทศคาดว่าจะยังคงทรงตัวต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป ทั้งนี้ แนะนำผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เลือกกระจายสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation) โดยอาจเลือกลงทุนในหุ้นไทย 40%  หุ้นต่างประเทศ 20%  ตราสารหนี้และกองทุนผสม 40%

 

ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถลงทุนในกองทุน ASP-SME และ กองทุน ASP-FLEXPLUS ได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกเพียง 5,000 บาท และครั้งต่อไป 5,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ บลจ. แอสเซท พลัส ติดต่อ Asset Plus Customer Care 0 2672 1111  ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง http://www.assetfund.co.th หรือติดต่อผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของ บลจ. แอสเซท พลัส

 

ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน” / ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / กองทุน ASP-FLEXPLUS มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่ลงทุนในต่างประเทศตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนจึงอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

LEAVE A REPLY