Robotic และ ปัญญาประดิษฐ์ A.I. สำคัญอย่างไรกับธุรกิจที่ใช้เครื่องจักรกลอัตโนมัติ

0
414
เครื่องจักรกล

Robotic และ ปัญญาประดิษฐ์ A.I. สำคัญอย่างไรกับธุรกิจที่ใช้เครื่องจักรกลอัตโนมัติ

ก่อนอื่น เราจะมาดูความสำคัญของ เครื่องจักรกลอัตโตมัติ เราต้องรู้ก่อนครับว่า เครื่องจักรกล คืออะไร  และส่วนมากแล้วนำมาใช้กับอุตสาหกรรมประเภทใดบ้าง แล้วทำไม กองทุน asp-robot  ถึงให้ความสำคัญกับ อุตสาหกรรมนี้

เครื่องจักรกล คือ เครื่องที่ใช้ในอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะออกแบบตามลักษณะที่ใช้ในอุตสาหกรรมนั้นๆ ประเภทของอุตสาหกรรมของเครื่องจักรกลแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1. เครื่องจักรอุตสาหกรรม (Industrial Machinery)

    เป็นเครื่องจักรที่ใช้ผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ และส่วนประกอบอื่นๆ ได้แก่ เครื่องจักรอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เครื่องจักรอุตสาหกรรมก่อสร้าง เครื่องจักรอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เครื่องจักรอุตสาหกรรมยางหรือพลาสติก เครื่องจักรอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เครื่องจักรอุตสาหกรรมกระดาษและสิ่งพิมพ์ เครื่องจักรอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องจักรอุตสาหกรรมเครื่องหนัง เครื่องจักรงานโลหะกรรมหรือหล่อโลหะ และ เครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป

  2. เครื่องมือกล (Machine Tools)

    เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นงานและเครื่องจักรต่างๆ เช่น เครื่องกลึง เครื่องไสเครื่องคว้านและ เครื่องเจียร

  3. เครื่องจักรกลการเกษตร (Agricultural Machinery)

    เป็นเครื่องจักรที่ใช้ในภาคเกษตรเป็นหลัก ในส่วนของตัวผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น เครื่องจักรสำหรับการเตรียมดิน การปลูก การเก็บเกี่ยว เครื่องสีฯลฯ โดยไม่รวมถึงเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการแปรรูป ได้แก่ เครื่องจักรงานเกษตรกรรม (Agricultural Machine) และ เครื่องจักรงานปศุสัตว์(Livestock Machine)

ในปัจจุบัน ธุรกิจที่ต้องพึ่งจักรกลอัตโนมัติ (Industrial Automation) จะอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม และ ในการผลิตชิ้นส่วนนั้นต้องใช้คนในการควบคุมการผลิต แต่ในอนาคตค่าจ้างแรงงานมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวเองเพื่อลดต้นทุน โดยการใช้หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์มาทดแทนแรงงาน นอกจากนี้การพัฒนาทางด้านปัญญาประดิษฐ์สำคัญต่อธุรกิจในกลุ่มจักรกลอัตโนมัติมาก เพราะทำให้เกิดการพัฒนาตัว Sensor และ Microprocessor ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตใน 3 ด้านหลักๆ ที่เป็นบทบาทสำคัญ คือ

  1. ด้านการผลิตอาหาร 

การใช้หุ่นยนต์(robot) จะช่วยเพิ่มจำนวนการผลิตอาหารในแต่ละวันได้ และกำหนดคำสั่งให้ดำเนินการผลิตตามต้องการได้ เช่น โรงงานขาดแคลนแรงงานในการบรรจุผลิตภัณฑ์อาหารสามารถนำหุ่นยนต์มาใช้แทนได้

  1. ด้านการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์ 

ปัญญาประดิษฐ์(A.I.) จะมีบทบาทในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกซ์ให้มีความแม่นยำขึ้น ลดความผิดพลาดที่อาจจะมีผลต่อสินค้าได้ ไม่เพียงเท่านั้นมันยังสามารถเก็บข้อมูลในรูปแบบ Cloud ที่รวบรวมฐานข้อมูลใว้ได้ สิ่งนี้จะรวมไปถึงการจัดการในระบบคอมพิวเตอร์

3. ด้านการรักษาทางการแพทย์

หุ่นยนต์จะนำมาใช้ในการผ่าตัดอวัยวะภายในของมนุษย์ เพื่อช่วยแพทย์ผ่าตัดส่วนที่มีความสับซ้อนในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการใช้ Application เพื่อเพิีมประสิทธิภาพในการประมวนผลข้อมูลเชิงวิเคราะห์ให้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดที่ราคาสูง

ทีนี้จาก การวิจัยของกองทุน asp-robot เราจะพบว่า การใช้หุ่นยนต์ มีแนวโน้มมากขึ้น และทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอนกำไร หรือผลประกอบการก็มากขึ้นแน่ๆ * อย่างที่พบใน หนังสือชี้ชวน

สรุปได้ว่าการลงทุนในกลุ่มจักรกลอุตสาหกรรมจะมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะค่าแรงนั้นสูงขึ้นราคาต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์มาใช้แทนเครื่องจักรกลมีราคาต่ำลง ดังนั้นผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนเพิ่มมากขึ้น และ มีความแน่นอนในเชิงบวก การใช้เครื่องจักรกลอัตโนมัติจะส่งผลดีต่อธุรกิจ เพราะจะทำให้ต้นทุนของราคาสินค้าถูกลง รวมถึงมีความปลอดภัยสูงในขั้นตอนการผลิต ประสิทธิภาพของการผลิตจะมีความแน่นอน และควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

ตอนนี้เรามีกองทุนใหม่ที่ให้ท่านได้ลงทุนของกองทุน Asset Plus Robotics ซึ่งเป็นนวัตกรรมหุ่นยนต์ หากท่านใดสนใจที่จะลงทุนในกองทุน Asset Plus Robotics สามารถติดต่อเบอร์ 02-672-1111 หรือ ดูข้อมูลทางเว็บไซต์

http://asiaplus.info/asp-robot/

 

 

LEAVE A REPLY