ใครกำลังมองหา “หุ้นหลบภัย” ช่วงครึ่งปีหลัง เชิญทางนี้

1
838
หุ้นหลบภัย

งบ Q2 และงวดครึ่งปีแรกออกมาเรียบร้อยแล้ว ใครรุ่ง ใครร่วง ก็อย่างที่เห็นๆ กัน จากนี้ไปมา focus ช่วงที่เหลือของปีกัน เตรียมตัวให้พร้อม รับมือกับความผันผวนของตลาดหุ้น

แม้แรงขายหุ้นรับงบ Q2 จะลดลง แต่มีปัจจัยกดดันจากการขึ้นเครื่องหมาย XD ของบริษัทที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรออยู่ ฝ่ายวิจัย ASP พบว่า ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.60 เป็นต้นไป มีบจ.ที่จะขึ้น XD 115 บริษัท มีโอกาสกดดัน SET Index ลดลงอีก 4.50 จุด หรือ 0.29%

ขณะที่แรงขายของนักลงทุนต่างชาติ กดดัน SET Index ลดลงแล้ว 7.13 จุด หรือ 0.45% นับจากต้นเดือนส.ค.มา (mtd) เมื่อดูจากปัจจัยแวดล้อมดังกล่าว เรามองว่า ตลาดหุ้นจะแกว่งตัวผันผวน

 

ยามเมื่อ “หุ้น” ผันผวน ใช้กลยุทธ์ลงทุนอย่างไร?

 

แน่นอนว่า เมื่อตลาดหุ้นมีทิศทางผันผวน ย่อมมีความเสี่ยงสูง จึงจำเป็นต้องเลือกหุ้นที่ปลอดภัยนั่นก็คือ หุ้นที่ผันผวนน้อยกว่าตลาด และมีแนวโน้มเติบโตสูงในช่วงครึ่งปีหลัง โดยฝ่ายวิจัย ASP ได้คัดกรองหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตดี ตามระดับความเสี่ยง 2 กลุ่มมาฝาก ได้แก่

 

  • กลุ่มแรก หุ้นที่มีความผันผวนต่ำ มีค่า Beta น้อยกว่า 1 และ EPS เติบโตช่วงครึ่งปีหลัง

ได้แก่ SF, SC, INTUCH, MCS, PSH, HANA ซึ่งหุ้นที่เราคัดมาให้นี้ ถือว่าเป็นหลุมหลบภัยได้ดีในภาวะที่ตลาดผันผวน หรือออกอาการซึม ในจำนวนหุ้นที่เราคัดมากฝากนี้ เราแนะนำหุ้น MCS, PSH, HANA

 

หุ้น

MCS มีค่า Beta ที่ 0.95 และ EPS Growth ช่วงครึ่งปีหลัง จะโตได้ถึง 10% yoy เรามองว่า ผลประกอบการครึ่งปีหลัง จะทำกำไรอย่างโดดเด่นอีกครั้ง เนื่องจากมีกำหนดส่งมอบงานโครงการOH-1 ซึ่งเป็นโครงการใหญ่สุดที่บริษัทเคยทำมา ด้วยน้ำหนักการส่งมอบ 3 หมื่นตัน แม้ครึ่งปีแรก MCS ทำกำไรได้เพียง 22 ล้านบาท แต่แนวโน้มกำไรในครึ่งปีหลังจะแข็งแกร่ง โดยเราคาดกำไรทั้งปี 60 ที่ 864 ล้านบาท และให้ราคาพื้นฐานที่หุ้นละ 19 บาท มี upside ราว 26% แนะนำซื้อ

 

PSH  มีค่า Beta ที่ 0.48 และ EPS Growth ช่วงครึ่งปีหลัง 156% yoy เรามองว่า PSH ยังเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง จากการส่งมอบโครงการคอนโดฯใหม่ 4 โครงการ มูลค่า 7.4  พันล้านบาทมียอดขายแล้ว 75% พร้อมโอนทั้งหมดใน Q4 คาดกำไรของ PSH ปีนี้ราว 6.5 พันล้านบาท ราคาพื้นฐาน อยู่ที่ 28.50 บาท มี upside ราว 25% ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 6.3% ต่อปี แนะนำซื้อ

 

HANA มีค่า Beta 0.70 และ EPS Growth ราว  11% yoy ในแง่ของธุรกิจจะเข้าสู่จุดสูงสุดของปีใน Q3 เราคาดกำไรจากการดำเนินงาน 642 ล้านบาท เติบโตถึง 12.5% qoq และ 28.6% yoy เนื่องจากเป็น high season ของการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ราคาพื้นฐานของ HANA อยู่ที่ 53 บาท ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงแรง 19% จากจุดสูงสุดเมื่อกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสสะสมหุ้นที่ดีมาก

 

  • กลุ่มที่สอง หุ้นที่ EPS เติบโตดีในครึ่งปีหลัง แต่ผันผวนสูง ค่า Beta มากกว่า 1

 

ได้แก่หุ้นดังต่อไปนี้ QH, BANPU, IVL, COM7, VGI, ERW, PLANB, UNIQ, SENA, GUNKUL,

LPH, CK, JWD และ CKP

หุ้น

จากข้อมูลในตาราง เรายังแบ่งหุ้นที่แม้ว่าจะผันผวนมากกว่าตลาด แต่เป็นหุ้นที่น่าสนใจเป็น 3กลุ่ม คือ

กลุ่มแรก หุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาด เราแนะนำหุ้น ERW, VGI, BANPU

กลุ่มที่สอง หุ้นที่ปรับตัวลงมากกว่าตลาด แต่หากตลาดฟื้นตัว จะฟื้นตัวได้แรงกว่าตลาด หุ้นที่เราแนะนำคือ UNIQ

กลุ่มที่สาม หุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการจะพลิกกลับมามีกำไร หรือ turnaround ในครึ่งปีหลังนั้นเองที่เราแนะนำคือ หุ้น JWD และ CKP

 

 

1 COMMENT

LEAVE A REPLY