พอร์ตหุ้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

0
297
พอร์ต

ถ้าพูดถึงการลงทุน เทคนิคในการลงทุนหุ้นของแต่ละท่านอาจมีรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป  นอกจากจะต้องเลือกหุ้นให้เหมาะสมกับราคาและสร้างผลกำไรให้กับเราแล้ว การจัดพอร์ตโฟลิโอ ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน  การสร้าง พอร์ต หุ้นที่ดีจะช่วยให้ท่านได้รับผลตอบแทนที่ดีเป็นไปตามที่คาดหวังและมีโอกาสขาดทุนน้อย

วันนี้ผมจะมาสรุป เรื่องการจัด “พอร์ต” หุ้นที่เหมาะสมควรมีหลักอะไรบ้าง *บทความนี้ได้เนื้อหามาจากต้นฉบับ จัดพอร์ตหุ้นรับความผันผวน ต้องขอบคุณข้อมูลดีๆ จากทาง SET ด้วยนะครับ

1.มีจำนวนหุ้นในพอร์ตอย่างเหมาะสม

นักลงทุนบางท่านอาจมีหุ้นหลายตัวนั้นย่อมป็นความเสี่ยงให้เราไม่สามารถโฟกัสไปยังหุ้นตัวใดตัวหนึ่งได้ แต่หากมีน้อยตัวเกินไปก็อาจจะเกิดความเสี่ยงต่อการลงทุนได้ ดังนั้น จำนวนหุ้นที่เหมาะสมกับนักลงทุนทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5 – 10 ตัว น่าจะเป็นจำนวนที่เหมาะสม ซึ่งไม่จำเป็นต้องกระจายเท่าๆกัน อาจมีหุ้นบางตัวที่มีสัดส่วนการลงทุนมากกว่าตัวอื่น แต่ควรจะกำหนด “สัดส่วนสูงสุด” ของหุ้นแต่ละตัวเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการลงทุนมากเกินไป

 

2.”พอร์ต”ควรมีการกระจายหุ้นไปยังหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

การที่นักลงทุนมีหุ้นอยุ่ในมือมากย่อมเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างหนึ่ง แต่หากหุ้นของท่านนั้นทุกตัวอยู่ในหมวดอุตสากหรรมเดียวกันหมดเลย ย่อมเกิดความเสี่ยงได้เช่นกัน ดังนั้น นักลงทุนจึงคววรมีการกระจายการลงทุนไปยังหลากหลายอุตสาหกรรมและต้องมีการพิจารณาด้วยว่าได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันหรือไม่ เช่น ช่วงนี้หุ้นส่งออกได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งตัว เราก็ควรมีการกระจายการลงทุนไปในส่วนอื่นๆด้วยนะครับ

 

3.มีหลากหลายสไตล์ในการเลือกลงทุน

นักลงทุนบางท่านอาจจะมีลักษณะหุ้นที่ชอบในการลงทุนที่แตกต่างกันไป บางท่านชอบลงทุนในหุ้นปันผล หรือ บางท่านชอบลงทุนในหุ้นเติบโต เหมือนอย่างที่เราเคยยกตัวอย่าง หุ้นปันผล VS หุ้นเติบโต แบบไหนที่ใช่คุณ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนักลงทุนควรมีการกระจายการลงทุนไปยังลักษณะหุ้นที่หลากหลาย เช่น หุ้นใหญ่ผสมหุ้นเล็ก หุ้นเติบโตผสมหุ้นปันผล เพราะหุ้นแต่ละลักษณะมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป เมื่อมาอยู่รวมกันแล้วก็จะสามารถช่วยกันสร้างความมั่งคั่งให้ผู้ถือหุ้นได้

 

4.ควรปรับสัดส่วนของพอร์ตอยู่สม่ำเสมอ

นักลงทุนควรปรับพอร์ตของท่านอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อการได้เปรียบในการทำกำไรของการซื้อขายหุ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหุ้นบางตัวราคาสูงเกินกว่าราคาพื้นฐาน ท่านอาจจะทำการทยอยขายทำกำไร แล้วนำเงินมาซื้อหุ้นตัวอื่นที่ราคายังอยู่ในพื้นฐาน หรือต่ำกว่าพื้นฐาน เพื่อทำกำไรต่อไป

 

5.ควรจัดพอร์ตให้มีความเหมาะสมกับตัวเอง

จุดนี้ถือเป็นข้อสำคัญที่สุดก็ว่าได้ครับ เพราะ พอร์ตการลงทุนของแต่ละท่านจะมีแนวการจัดพอร์ตที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นคงจะมีแต่ตัวท่านเองเท่านั้นที่จะรู้ว่าความเสี่ยงเท่าไรที่จะเหมาะสมกับการลงทุนของท่าน บางท่านชอบเสี่ยงมากก็จะได้ผลตอบแทนสูง หรือ บางท่านเน้นการเก็งกำไรลงทุนในหุ้นระยะยาว ทั้งหมดนี้ก็ย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของตัวท่านเอง

 

ทั้งนี้ การลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเกิดขึ้น การจัดพอร์ตที่ดีนั้นเป็นเพียงแค่การลดความเสี่ยง นักลงทุนทุกท่านจึงควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินลงทุนทุกครั้ง รวมทั้งการมีที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ และพร้อมให้คำปรึกษาที่ดี ก็จะทำให้การลงทุนของท่านมีผลกำไรและความมั่งคงครับ

LEAVE A REPLY